การซื้อคอนโด เพื่ออยู่อาศัย กับ เพื่อการลงทุน มีความแตกต่างกันหรือไม่

การซื้อคอนโด เพื่ออยู่อาศัย กับ เพื่อการลงทุน นั้นมีความแตกต่างกันจริงหรือ แล้วมีสิ่งที่แตกต่างกันจริงๆตรงไหน เรา สรุปได้ว่าแตกต่างเพราะการซื้อเพื่ออยู่อาศัยนั้นคือซื้อเพื่อการใช้ชีวิตของเราเองและคนในครอบครัว หรือเลือกการใช้ชีวิต คุณภาพชีวิตในวันนี้ แต่การซื้อเพื่อการลงทุน คือ การซื้อกำไรในอนาคต หมายถึงคาดการณ์ผลตอบแทนที่ยังมาไม่ถึง ดังนั้นย่อมมีความแตกต่างตั้งแต่หลักการณ์ในการพิจารณาเลือกซื้อแล้ว เรา ขอให้ท่านคำนึง 5 ข้อพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อดังนี้

สำหรับการซื้อคอนโดเพื่ออยู่อาศัย 5 ข้อหลักพิจารณา คือ
1. ทำรายการห้องชุดในฝันคือ ทำ check list คอนโดในฝัน เช่น ขนาดห้องชุด, จำนวนห้องนอน, การตกแต่ง, ทำเลที่ตั้ง, ทัศนียภาพหรือสิ่งแวดล้อมรอบโครงการ เช่นชอบบรรยากาศ แม่น้ำเจ้าพระยา, สวนสาธารณะ, วิวเมือง, วิวทะเล
2. ทำความเข้าใจพฤติกรรมการดำเนินชีวิตของตัวเอง นั่นคือ วิถีชีวิตประจำวันของท่านนั้นใช้ชีวิตอย่างไร ควรเลือกใกล้ที่ทำงาน ใกล้โรงเรียนลูก เพราะนั่นคือระยะเวลา 22 วันใน 1 เดือน เพราะ 2 สถานที่หลักนี้คือกิจวัตรประจำวันของทุกคนที่ต้องเดินทางไป-กลับ รวมทั้งสำรวจความชื่นชอบอื่นๆ เช่น ร้านอาหาร, ร้านกาแฟ, การออกกำลังกายกลางแจ้ง, ห้างสรรพสินค้า
3. สังคมเพื่อนบ้าน คือ การวิเคราะห์กลุ่มผู้อยู่อาศัยร่วม หรือเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในอาคาร ว่าเป็นกลุ่มคนในระดับเดียวกันที่สามารถสื่อสารเข้าใจตรงกันสอดคล้องกันหรือไม่ เพราะเมื่อท่านเข้าพักอาศัยในคอนโดแล้ว ท่านและเพื่อนบ้านจะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลอาคารนี้ หรือเป็นกลุ่มผู้จัดตั้งนิติบุคคลอาคารชุด ผู้ซึ่งร่วมรับผิดชอบอาคารให้มีคุณภาพ น่าอยู่อาศัย ตลอดไป
4. ราคาห้องชุด ควรซื้อที่ราคาเท่าไหร่ นั้น หากเป็นการซื้อเพื่อการอยู่อาศัย ราคาที่ควรจะซื้อจึงขึ้นอยู่กับความพึงพอใจและความสามารถในการซื้อของแต่ละท่าน เพราะหากเป็นคอนโด ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน การตกแต่งด้วยวัสดุระดับพรีเมี่ยม หรูหรา ก็จะมีราคาสูงกว่าอาคารทั่วไปในละแวกเดียวกัน เฉกเช่นการซื้อรถหากต้องการความหรูหรารุ่น Top ก็ต้องจ่ายส่วนต่างเพิ่มเติม
5. จ่ายดอกเบี้ยต่ำ หรือ กู้น้อย ปิดไวฝากไว้ว่า อย่าลืมตัว หรือซื้อเกินกำลังความสามารถในการผ่อนชำระ พยายามกู้น้อย เพราะยิ่งการกู้เยาะหรือเต็มจำนวนนั้น ผลที่ตามมาคือการจ่ายดอกเบี้ยมากกว่าราคาบ้านนั่นเอง จนบางรายถึงขั้น ผ่อนไป-ผ่อนมา คอนโดกลายเป็นของธนาคาร ไปอยู่ในหมวดทรัพย์ NPA ไป

สำหรับการซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่า 5 ข้อหลักพิจารณาคือ
1. ศึกษาความต้องการของผู้เช่า ต้องแม่นยำ “ผู้เช่า” โดยทำการศึกษาพฤติกรรมของกลุ่มผู้เช่าที่เราคาดหวังมาเป็นลุกค้า ว่าเป็นกลุ่มใด กลุ่มคนทำงาน ครอบครัวใหม่ คนญี่ปุ่น จีน เกาหลี ยุโรป หรือ คนไทย เพราะแต่ละเชื้อชาติก็มีความชื่นชอบในบางสิ่งที่แตกต่างกัน เช่น คนญี่ปุ่น ในห้องชุดต้องมีอ่างอาบน้ำ คนยุโรปชอบการว่ายน้ำ เป็นต้น
2. เลือกทำเล ควรเลือกทำเลที่สามารถให้ผลตอบแทนในการปล่อยเช่าเมื่อเปรียบเทียบกับเงินลงทุนสูงที่สุด (Yield%) หรือผลตอบแทนไม่ควรต่ำกว่า 4% หากพบทรัพย์บางทำเลสามารถให้ผลตอบแทนได้ 7-10% ยิ่งดี โดยทำเลที่หาผู้เช่าได้ง่ายคือ ทำเลที่ใกล้แหล่งงานขนาดใหญ่ โปรดอย่าพลาด ซื้อคอนโดกลางทุ่ง
3. การบริหารงานครบวงจรฝากเช่า เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องการหาผู้เช่า หากซื้อโครงการ (developer) ที่มีบริการรับบริหารงานปล่อยเช่าก็อุ่นใจมากยิ่งขึ้น และสะดวกสบายให้มืออาชีพมาเป็นผู้ช่วยบริหารจัดการ
4. ประมาณการราคาขายในอนาคต ควรตัดสินใจซื้อห้องชุดที่จะสามารถขึ้นราคาได้มากกว่า 10% จากตอนซื้อ ภายใน 3 ปี แรก หากท่านคำนวณดูแล้วห้องชุดนี้ราคาสูงเกินไปจนไม่สามารถขึ้นราคาได้ หรือดูแล้วความเจริญยังมาไม่ถึงภายใน 3 ปี ลองทบทวนดูใหม่เพราะในระยะยาวอาจจะไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนนั่นเอง
5. กู้ยาว ผ่อนน้อย คือ “กู้ให้มากที่สุด และนานที่สุด คำนวณให้ค่าเช่าที่ได้เพียงพอ หรือมากกว่าเงินงวดส่งแบงก์รายเดือน” เพราะการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด คือ การยืมเงินคนอื่นมาลงทุนนั่นเอง

การเลือกลงทุนคอนโด ในช่วงวิกฤติคือ โอกาส

ในภาวะคอนโด ฟองสบู่แบบนี้ยังมีโอกาสที่ซ่อนเร้นอยู่มากมายในวิกฤตนี้ ที่จะเปิดโอกาสให้นักลงทุนตาเหยี่ยวเข้าโฉบกำไรได้อย่างงดงาม แต่ปัญหาคือแล้วเรามือใหม่จะให้ใช้หลักคิดใดได้บ้างเพื่อการคัดกรอง “ของดีราคาถูก”ในภาวะเช่นนี้

เมื่อพูดถึงคอนโด จุดหมายหลักคงหนีไม่พ้นเรื่อง “ทำเล” เพราะการซื้อคอนโด เป็นการซื้อความสะดวกในการเดินทางเป็นหลัก จึงไม่น่าแปลกใจที่คอนโดฯ ทำเลใกล้รถไฟฟ้าและรถไฟฟ้าใต้ดินจึงมีราคาและมีสภาพคล่องสูงโดยเฉพาะคอนโดฯ ที่อยู่ในย่านใจกลางเมืองและแหล่งพำนักอาศัยของชาวต่างชาติ (ส่วนใหญ่มักอยู่กันเป็นกลุ่มก้อนในทำเลที่มีร้านอาหาร สถานบันเทิง หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นที่สอดคล้องกับพฤติกรรมในการใช้ชีวิต) ยิ่งหากติดถนนสายทำเลทองด้วยก็ยิ่งมีราคาสูงเป็นพิเศษ เนื่องจากมีกำลังซื้อสูงในขณะที่ซับพลายในพื้นที่ถูกจำกัดด้วยพื้นที่ว่าคงเหลือให้พัฒนาน้อยและราคาที่ดินสูง ต้นทุนค่าก่อสร้างก็สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ดังนั้นเรื่องทำเลจึงเป็นตัวขี้ขาดโอกาสแห่งความสำเร็จของการลงทุน

แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าคอนโด ในทำเลที่เป็นรองซึ่งห่างออกมาจากจุดทำเลหลักจะไม่ให้ผลตอบแทนการลงทุนที่ดี เพราะคอนโดฯ ก็เหมือนสินค้าในโลตัสคือมีมากมายหลากหลายคุณภาพ ในขณะที่ลูกค้าก็มีหลากหลายความต้องการและกำลังซื้อเช่นเดียวกัน คีย์อยู่ที่ว่าหากคุณเป็นนักลงทุน ความสำเร็จจะอยู่ที่คุณสามารถซื้อของราคาถูกกว่ามูลค่าจริงในอนาคต แล้วขายได้ราคาแพงตามความคาดหวังในมูลค่าของผู้ซื้อ ณ เวลานั้นมากน้อยเพียงใด เพราะนั้นคือกำไรที่คุณจะได้รับ ซึ่งมีผลตอบแทนมากกว่าต้นทุนค่าเสียโอกาสในการลงทุนที่ดีที่สุดทางอื่นที่คุณยอมทิ้งไปเพื่อมาลงทุนในคอนโดฯ

การเลือกลงทุนในแบรนด์ที่มีภาพชัดเจนในตลาดนั้น ๆ เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เพราะจะมีผลต่อการตี “มูลค่า” คอนโด ในสายตาผู้ซื้อและผู้ลงทุนรวมถึงการเติบโตของ “ราคา” ในอนาคตด้วย

เรื่องที่ต้องพิจารณาต่อมาหลังจากเราวิเคราะห์ทำเลแล้วก็คือ “แบรนด์สินค้า” แบรนด์คือตัวบอกอะไรหลายอย่างที่เป็น อัตลักษณ์ของสินค้าหรือคอนโดฯ นั้นๆ และลูกค้าหรือผู้ซื้อเท่านั้นที่จะเป็นผู้ประเมินคุณค่าให้กับแบรนด์ ซึ่งคนแต่ละกลุ่มจะให้คุณค่าต่อแบรนด์ที่แตกต่างกันไปตามทัศนคติและแรงจูงใจที่แตกต่างกัน ดังนั้นการเลือกแบรนด์สินค้าจึงเป็นสิ่งสำคัญมากในการลงทุนคอนโด และในตลาดคอนโด ก็มี Brand Positioning ในใจผู้บริโภคที่หลากหลายแตกต่างมากมาย

ในแต่ละตลาดจะมีแบรนด์เด่นที่ครองใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย

ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการทำ Branding ของผู้ประกอบการจนเกิดภาพที่ประทับใจติดตรึงใจลูกค้า อย่างไรก็ตามก็มีบางแบรนด์ที่แม้อาจเป็นแบรนด์ไม่ดังหรือไม่โดดเด่นมาก แต่เป็นแบรนด์ขาใหญ่ที่เกิดจากความได้เปรียบในการแข่งขัน เช่น เป็นผู้นำตลาดรายแรก ๆ ที่ประสบความสำเร็จจากการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ลงตัว และได้ขยายผลความสำเร็จนั้นต่อเนื่องในโครงการใหม่ในพื้นที่ จนสามารถสร้างความแข็งแกร่งทั้งในตัวสินค้าและการแข่งขัน ในการครองใจผู้บริโภคจนยากที่รายอื่นจะเจาะเข้าไปได้

โดยสรุปคือลูกค้าคอนโด แต่ละกลุ่มจะมีแบรนด์ที่ครองใจกลุ่มของตนอย่างชัดเจน ดังนั้น เรื่องแบรนด์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ที่ต้องไม่ผิดฝาผิดตัว การเลือกลงทุนในแบรนด์ที่มีภาพชัดเจนในตลาดนั้น ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่จะมีผลต่อการตีมูลค่าคอนโดฯ ในสายตาผู้ซื้อและผู้ลงทุน รวมถึงการเติบโตของราคาในอนาคตอีกด้วย

 

เหตุผล ทำไมต้องซื้อคอนโด

ทำไมต้องซื้อคอนโด นั้นคงเป็นคำถามที่หลายคนสงสัย เพราะในอดีต “บ้าน” เป็นอสังหาริมทรัพย์หลักที่ทุกคนปรารถนาไว้เป็นเจ้าของ แต่อาจด้วยความใหญ่ของมันจึงทำให้การดูแลรักษาทำได้ยากลำบากกว่า มีโอกาสได้รับผลกระทบจากอุทกภัยได้ง่ายกว่า และมีเรื่องความปลอดภัยให้กังวลเวลาเราออกจากบ้าน ซึ่ง “คอนโดมิเนียม” ที่อยู่อาศัยยอดฮิต ที่ใครๆ ก็ยอมรับว่ามันใช่ ลงตัวกับสไตล์ชีวิตเมืองมากที่สุด ทั้งในเรื่องของพื้นที่ ความสะดวกสบาย และสไตล์ที่ดูทันสมัย ทำให้เทรนด์ของการอยู่อาศัยเปลี่ยนไป ผู้คนหันมาซื้อคอนโดมากขึ้น และก็อย่างที่เห็นปัจจุบันนี้คอนโดใหม่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด มีทุกมุม ทุกหัวระแหง

คอนโดมิเนียม จากอดีตที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยรูปแบบใหม่และมีกลุ่มลูกค้าค่อนข้างจะจำกัด ต่อมาตลาดคอนโดมิเนี่ยมมีการพัฒนาหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการดีไซน์ การวางคอนเซ็ปต์โครงการ การทำการตลาดและส่งเสริมการขาย ส่งผลให้โครงการคอนโดมิเนี่ยมได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคมากขึ้น ดังนั้น จึงไม่แปลกใจที่ในปัจจุบันคนส่วนใหญ่ หันมาสนใจการอยู่อาศัยในรูปแบบคอนโดมากขึ้น เรามาดูกันซิคะว่า แล้วปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทุกคนยอมเสียตังนับล้านบาท เพื่อซื้อคอนโดเพียงแค่ห้องเดียว มีอะไรบ้าง

เรามาดูเหตุผลว่าทำไมต้องซื้อคอนโดนิเนียม กันเลยดีกว่าคะ

1. ซื้อเพราะมีบ้านแล้ว
หลายครอบครัว มีบ้านอยู่ต่างจังหวัดหรือชานเมือง แค่เข้ามาทำงานในกรุงเทพเท่านั้น จึงเลือกที่จะซื้อคอนโดดีกว่า เพราะมีขนาดที่เล็ก สะดวกสบาย และครบวงจร เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนทำงานในเมือง
2. ซื้อคอนโดเพราะราคาที่ถูกกว่า
ราคาเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการเลือกซื้อ ราคาบ้านถ้าอยู่ในเมืองนั้นจะมีราคาที่สูงมากเลยทีเดียว อาจจะมีขั้นต้น 5 – 7 ล้าน ซึ่งตรงกันข้ามกับคอนโดนั้นแค่ล้านกว่าๆ ก็สามารถที่จะอาศัยอยู่ในเมืองได้ตามสบาย นั้นก็หมายถึงคนที่มีรายได้น้อยไม่สามารถที่จะอยู่บ้านได้ แม้กระทั้งออกไปชานเมืองบ้านก็ยังราคาแพงอยู่ คอนโดจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับคนกลุ่มนี้
3. ซื้อเพราะดูแลรักษาง่าย กว่าบ้าน
เนื่องจากคอนโดมีพื้นที่ที่น้อยกว่าบ้านมาก คอนโดส่วนใหญ่มีเพียงพื้นที่ ห้องนอน ห้องครัว ห้องนั่งเล่น และห้องน้ำ ในขณะที่บ้านส่วนใหญ่จะเป็นหลัง พื้นที่เยอะกว่า การเลือกซื้อคอนโด ทำให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแลรักษามากนัก แค่กวาด เช็ด ถู เป็นประจำ แค่นี้ คอนโดคุณก็จะดูดีตลอด เพราะกับหนุ่มสาวที่ที่ไม่ค่อยมีเวลามากนัก
4. ซื้อคอนโดเพราะคิดว่าปลอดภัยกว่าซื้อบ้านในกรุงเทพ คอนโดไม่ต้องค่อยเฝ้าเวลาไปต่างจังหวัด
ระบบความปลอดภัยที่ดีกว่าบ้าน เนื่องคอนโดเป็นตึกใหญ่ การเข้า-ออก จะมีระบบความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานสากล ที่โครงการจัดไว้ให้ลูกบ้าน ซึ่งตรงนี้ทำให้คนส่วนใหญ่เชื่อมั่น และเกิดความรู้สึกปลอดภัยมากกว่าอยู่บ้านเดี่ยวที่พบปัญหา ขโมยขึ้นบ้านตามหน้าหนังสือพิมพ์สม่ำเสมอ
5. ซื้อคอนโดเพราะอยากเดินทางไปทำงานสะดวก ไม่ต้องตื้นแต่เช้าและรถติด
คอนโดนั้นจึงได้เปรียบกว่าบ้านในเรื่องการเดินทางที่สะดวกสบาย เพราะตัวคอนโดส่วนใหญ่ มักอยู่ในจุดที่เดินทางสะดวกและใกล้กับถนนใหญ่และรถไฟฟ้า BTS และ MRT อีกทั้งคอนโดสามารถหาซื้อในบริเวณที่ใกล้ที่ทำงานคุณได้มากกว่า ซึ่งคอนโดเป็นทางออกที่ดีกว่าสำหรับชีวิตคนเมืองอย่างคุณ
6. ซื้อคอนโดเพราะอยู่ในเมืองมากกว่า
คอนโดส่วนใหญ่ในการสร้างในพื้นที่ไม่มากนัก จึงสามารถสร้างกันในเมือง ติดแหล่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์การค้า ที่ทำงาน โรงพยาบาล แต่ในขณะที่มักส่วนใหญ่มักสร้างชานเมือง เนื่องจากโดยมากจะอยู่ในรูปแบบหมู่บ้าน เป็นลักษณะของโครงการใหญ่ ทำให้คอนโด จึงได้รับความสนใจมากกว่าในปัจจุบัน
7. ซื้อคอนโดเพราะอยากได้วิวเมืองของชั้นสูงมันสวยดี
เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่บ้านให้ไม่ได้ คือ วิวทิวทัศน์ สามารถที่จะสัมผัสบรรยากาศของตัวเองได้จากมุมสูงหลายคนทำงานมาเหนื่อยๆ ได้สูดอากาศ ได้มองวิวไกลๆ สูง ก็ทำให้ผ่อนคลายไปอีกแบบ นี่แหละคือเสน่ห์ของคอนโดอย่างแท้จริง
8. ซื้อคอนโดเพราะถ้าเราไม่อยู่ก็ปล่อยเช่าได้ ง่ายกว่าบ้าน และ ขายต่อมือสองก็ง่ายกว่า
ด้วยความที่ในปัจจุบันคอนโดความนิยมการอยู่อาศัยในรูปแบบคอนโดมีมากขึ้น และคนส่วนใหญ่มักชอบอยู่อะไรที่สบายๆ ไม่ต้องรับผิดชอบมาก สิ่งอำนวยความสะดวกครบ ธุรกิจการเช่า / ขายคอนโด จึงเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมาก รวมถึงคอนโดนั้น ขายง่ายกว่าบ้าน และได้ราคาที่ดีกว่า
9. ซื้อคอนโดถ้าอยู่คนเดียวรู้สึกว่าไม่เหงา แต่ถ้าอยู่บ้านคนเดียวแล้วรู้สึกเหงา
ยุคปัจจุบันคนทำงานส่วนใหญ่มักเป็นคนโสด อยู่คนเดียวบ้านหลังใหญ่หนุ่ม สาวหลายคนอาจจะรู้สึกเหงา เพราะหมู่บ้านส่วนมากก็จะต่างคนต่างอยู่ ซึ่งแตกต่างจากคอนโดที่คนค่อนข้างเยอะ เปรียบเสมือนบ้านหลังใหญ่ๆ หลังหนึ่ง เบื่อก็มีกิจกรรมต่างๆในคอนโดให้ทำ ทั้งว่ายน้ำ ฟิตเนส พูดคุยกับเพื่อนในคอนโด ร้านอาหาร เป็นต้น
10. ซื้อคอนโดพื้นที่ใช้สอยมีจำนวนจำกัด
ข้อสุดท้าย สำหรับหนุ่มสาวที่ไม่ต้องการเก็บของเยอะ เนื่องด้วยพื้นที่ที่จำกัด คอนโดอาจทำให้คุณประหยัดโยไม่รู้ตัว เพราะจะทำให้เราไม่อยากซื้ออะไรมาเก็บไว้ในห้อง เช่น เสื้อผ้ามีเต็มตู้แล้ว เลยไม่อยากซื้อเพิ่มเพราะไม่มีที่เก็บ ก็เป็นการออมเงินได้ดีอีกวิธีหนึ่งเลยที่เดียว

 

การเดินทางเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนเลือกที่จอยู่คอนโด

ต้องยอมรับว่าปัจจุบันคนไทยเริ่มคุ้นเคยกับการอยู่อาศัยใน คอนโดมิเนียม มากขึ้น แม้กระทั่งในต่างจังหวัดหลายแห่ง ที่อยู่อาศัยประเภทนี้ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมากเช่นกัน แต่หากจะถามว่าที่อยู่อาศัยประเภทไหนเหมาะสมกว่ากันหรือดีกว่ากันระหว่างบ้านกับคอนโดคงเป็นเรื่องยากที่จะตอบ เพราะเรื่องแบบนี้อยู่ที่คนชอบ ดังนั้นจึงเป็นเพียงการยกประเภทสนับสนุนสำหรับการตัดสินใจซื้อเท่านั้น

อย่างแรกที่ทำให้คอนโดฯ มีความได้เปรียบกว่าบ้านนั่นคือ เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มี สภาพคล่องสูง สามารถขายได้ง่ายกว่า นี่เป็นเหตุผลใหญ่สำหรับหลายคนที่ตัดสินใจซื้อคอนโด เพราะหากเบื่อขึ้นมาก็สามารถขายได้ง่าย หรือถ้าไม่ขายจะปล่อยเช่าก็ง่ายกว่าเช่นกัน แต่เงื่อนไขเกี่ยวกับการขายและปล่อยเช่านี้ต้องขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งของคอนโดฯ นั้นๆ ด้วยว่าต้องอยู่ในทำเลที่ดีจริงๆ ซึ่งปกติก็ต้องเป็นคอนโดฯ ในทำเลที่เจริญ มีคนอยู่อาศัยหนาแน่น ประเภทแย่งกันอยู่ หรือแทบไม่มีโอกาสเกิดโครงการใหม่ให้ง่าย เพราะไม่มีพื้นที่เหลือให้สร้างได้อีกแล้ว นั่นแหละถึงจะทำให้คอนโดฯ นั้นขายหรือปล่อยเช่าได้เร็ว

ความสะดวกในการเดินทาง เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะอยู่ในคอนโด โดยเฉพาะในเมืองที่การจราจรติดขัด ต้องใช้เวลาในการเดินทางทำงานนานหลายชั่วโมง คอนโดฯ ก็จะเป็นทางออกที่ดีมาก เช่น ในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ที่ประชากรหนาแน่น แต่ระบบการจราจรยังไม่ใช่เป็นการขนส่งมวลชนมวลชน หรือมีระบบขนส่งมวลชนยังไม่ทั่วถึง การอยู่อาศัยในคอนโดฯ ซึ่งทั่วไปมักสร้างอยู่ในเมืองที่สามารถเดินทางได้สะดวกด้วยรถไฟฟ้า จะช่วยร่นเวลาในการเดินทางได้มาก แทนที่เวลาในแต่ละวันจะหมดไปกับเรื่องการเดินทาง ก็จะทำให้มีเวลาทำอย่างอื่นมากขึ้น เป็นแนวคิดที่ทำให้คนรุ่นใหม่จำนวนมากหันมาสนใจอยู่คอนโด กันมาก

ราคาถูกกว่า เมื่อเทียบกับที่อยู่อาศัยประเภทอื่นๆ จะพบว่าคอนโดฯ มีราคาถูกกว่า เพราะจากปัญหาราคาที่ดินที่ปรับสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ต้นทุนในการก่อสร้างบ้านมีราคาสูงขึ้น ประเด็นนี้อาจค้านกับความรู้สึกว่าที่ดินสำหรับสร้างคอนโดฯ ที่อยู่ในเมืองมักมีราคาแพงกว่า แต่ที่ดินสำหรับสร้างบ้านมักอยู่นอกเมืองและราคาถูกกว่า แต่อย่าลืมว่าการก่อสร้างคอนโด ใช้ที่ดินน้อยกว่าบ้านและสามารถหารเฉลี่ยกับจำนวนห้องที่มีเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ราคาขายคอนโดฯ เมื่อเฉลี่ยออกมาแล้วมีราคาถูกกว่าบ้าน

ซื้อบ้านหรือคอนโด ดีกว่ากัน มาลองดูกันค่ะ

เรื่องที่อยู่อาศัยถือเป็นปัจจัยขั้นพื้นฐานสำหรับทุกคน โดยเฉพาะคนที่ทำงานและพอจะมีรายได้ ฐานะการเงินที่มั่นคง ก็เริ่มมองถึงการวางรากฐานชีวิตด้วยการเลือกที่พักอาศัยเป็นของตนเอง โดยตัวเลือกหลักๆ ของที่พักอาศัยทั่วไป ก็คือ “บ้าน” และ “คอนโดมิเนียม” ซึ่งทั้งสองตัวเลือกก็ยังคงทำให้ทุกคนเกิดคำถามกับตัวเองว่า จะเลือกซื้อบ้าน หรือ คอนโดมิเนียมดีกว่ากัน อะไรจะเหมาะกับตัวเอง แบบไหนจะคุ้มค่ากว่า แล้วจะรับภาระค่าใช้จ่ายที่ตามมาได้หรือไม่

รวมไปถึงอีกหลายๆ คำถามที่ต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อทำให้หลายๆ คำถามมีคำตอบและเหตุผลที่ชัดเจนขึ้น เราจึงมีหัวข้อสำคัญๆ ที่ใช้พิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน และะ คอนโด มาเป็นข้อมูลให้ทุกคนเปรียบเทียบและเลือกที่พักอาศัยให้เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุดค่ะ

เงินในกระเป๋า ถือเป็นปัจจัยหลักอันดับแรกที่คนทั่วไปนึกถึง นั่นคือการตั้งงบประมาณสำหรับที่พักอาศัยเพื่อให้ตอบรับกับกำลังซื้อของตนเอง โดยปกติเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าบ้านย่อมมีราคาสูงกว่าคอนโดมิเนียม โดยเฉพาะหากเป็นบ้านที่ตั้งอยู่ในเมือง อาจมีราคาสูงถึงหลักหลายล้าน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับราคาคอนโดมิเนียมที่ตั้งอยู่ในทำเลเดียวกัน กลับมีราคาต่างกันมาก เพราะราคาจะเริ่มต้นที่ล้านกว่าๆ เท่านั้น ดังนั้นสำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่สูงมาก และต้องการความสะดวกสบายเป็นหลัก คอนโดมิเนียมจึงน่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ และยิ่งถ้าเปรียบเทียบกับการเช่าอพาร์ทเม้นท์อยู่โดยเสียค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือน การตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียมเป็นของตนเองเลยนั้นก็น่าสนใจ เพราะปัจจุบันราคาผ่อนคอนโดมิเนียมก็สูสีกับการต้องจ่ายค่าเช่าอพาร์ทเม้นท์แล้ว

แบบไหนสะดวกกว่ากัน จะบ้านหรือคอนโดก็มีความสะดวกสบายที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับว่าคุณให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายเรื่องใด ถ้าเป็นความสะดวกสบายเรื่องการเดินทางไปทำงาน คอนโดมิเนียมส่วนใหญ่ก็จะอำนวยความสะดวกในเรื่องนี้ เพราะคอนโดมิเนียมมักเลือกทำเลที่ตั้งใกล้ระบบขนส่งมวลชนต่างๆ เช่นรถไฟฟ้า รถไฟฟ้าใต้ดิน รถเมล์ ฯลฯ แต่สำหรับบางคนก็มองเรื่องการเลี่ยงสภาพการจราจรที่ติดขัดเป็นเรื่องความสะดวกสบาย จึงทำให้เลือกซื้อบ้านที่อยู่แถบชานเมืองแทนการพักอาศัยอยู่ในเมือง เพราะในปัจจุบันถนนก็มีหลายเส้นทางที่อำนวยความสะดวกในเรื่องการเดินทางไปยังบ้านพัก รวมถึงบ้านยังมีที่จอดรถเป็นส่วนตัว แบบไม่ต้องจอดรวมกับใครเหมือนพักอยู๋ในคอนโดมิเนียม

เรื่องความเป็นส่วนตัวล่ะ แน่นอนว่าผู้ที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัวมักเลือกบ้านเป็นที่พักอาศัย เพราะการพักอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม ข้างๆ ห้องก็จะเป็นผู้ร่วมพักภายในคอนโดมิเนียมเดียวกัน ที่เราไม่สามารถเลือกได้ว่าจะอยู๋ร่วมกับใคร ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจที่ ผู้ที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียมจะบ่นถึงพฤติกรรมไม่พึงปรารถนาของเพื่อนร่วมอาคาร เช่น เสียงดังรบกวน ปรุงอาหารแล้วมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ดังนั้นหากต้องการความเป็นส่วนตัว การเลือกบ้านเป็นที่พักอาศัยจึงมีความเหมาะสมมากกว่า

การดูแลรักษา เรื่องการดูแลรักษาเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ผู้มีบ้านพักเป็นของตนเองต้องใส่ใจ เพราะไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดรอบๆ บ้าน การเทขยะ การบำรุงรักษาซ่อมแซมบ้าน ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้มีบ้านเป็นของตนเองต้องรับผิดชอบ แต่หากอยู่คอนโดมิเนียม เรื่องการดูแลรักษาต่างๆ จะมีเจ้าหน้าที่ของคอนโดมิเนียมทำหน้าที่แทน

บรรยากาศแวดล้อม สำหรับบางคนอาจมองข้ามเรื่องนี้ไป แต่กลับบางคนที่ให้ความสำคัญเรื่องบรรยากาศรอบๆ ที่พัก การเลือกพักในคอนโดมิเนียมจะทำให้คุณสามารถเลือกห้องพักในมุมและทัศนียภาพที่ตนเองต้องการได้ เช่น บางคนชอบมุมมองบนตึกสูงก็เลือกห้องพักที่ชั้นสูงๆ หรืออย่างบางคนชอบวิวแม่น้ำ ก็เลือกคอนโดมิเนียมที่ติดริมแม่น้ำได้ แต่ในทางกลับกันคนที่เลือกมีบ้านเป็นของตนเอง ก็บอกว่าเขาสามารถเลือกรับอากาศที่บริสุทธิ์และสัมผัสธรรมชาติได้มากกว่า หากบ้านของเขาตั้งอยู่นอกเมือง

ความปลอดภัยสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะอยู่บ้านหรือคอนโดมิเนียมต่างก็ต้องการความปลอดภัยในการพักอาศัยเช่นเดียวกัน ซึ่งหากพักในคอนโดมิเนียมแล้วเกิดเหตุไฟไหม้ แผ่นดินไหว ย่อมมีความยากลำบากในการหนีอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับระบบรักษาความปลอดภัยของคอนโดมิเนียมนั้นๆ เพราะหากทางคอนโดมิเนียมมีระบบการรักษาความปลอดภัย รวมถึงสร้างความรู้ ความเข้าใจ และหมั่นเตรียมความพร้อมให้กับผู้พักอาศัย ปัญหาที่ว่ายากก็จะไม่ยากอย่างที่คิด สำหรับผู้ที่พักอาศัยในบ้านพักส่วนตัวนั้น ก็จะมีเหตุให้ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยในทรัพย์สิน เนื่องจากหากเราไม่สามารถดูแลบ้านได้อย่างทั่วถึง เพราะบ้านมักมีเส้นทางเข้าได้หลายเส้นทาง โดยเฉพาะหากหมู่บ้านที่เราอยู่ไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม อาจทำให้เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นกับบ้านของเราได้อย่างง่ายดาย

เลือกได้แล้วใช่หรือป่าวค่ะว่าบ้านหรือคอนโดดีกว่ากัน